สรุปยอดขายรถยนต์ของไทย ปี 2021/2564 พร้อมเผยแนวทางของ Toyota ในปี 2022/2565

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2564 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2565 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ในการแถลงข่าวผ่านช่องทางออนไลน์ 

        มร. ยามาชิตะ กล่าวว่า “ปี 2564 ถือเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจและสังคมไทยเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19  อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นพยายามของภาครัฐและบุคลากรทางการแพทย์ เราเชื่อว่าสถานการณ์กำลังจะก้าวเข้าสู่ภาวะคลี่คลาย ในส่วนของโตโยต้า เรายังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนผ่านโครงการ ‘โตโยต้าเคียงคู่ไทย สู้ภัยโควิด-19’ โดยผนึกกำลังความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายและผู้ผลิตชิ้นส่วนทั่วประเทศในการมอบรถยนต์ โตโยต้าและสิ่งของจำเป็นให้กับหน่วยงานราชการและบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยเรามุ่งหวังที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน”

โตโยต้ากับกลยุทธ์ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

        มร. ยามาชิตะ เผยว่า “ก่อนอื่นผมขอเล่าให้ฟังถึงกลยุทธ์ของโตโยต้าในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนให้สำเร็จภายในปี 2593 โดยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 คุณอากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศไว้ว่าโตโยต้ามีกลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ ท่านได้ประกาศไว้ว่าโตโยต้าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ครบทั้ง 30 รุ่น ภายในปี 2573 โดยรวมไปถึงรถซีรีส์ bZ จำนวน 5 โมเดล ซึ่งมาพร้อมกับแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่โดยเฉพาะ โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ให้ได้ทั้งสิ้น 3.5 ล้านคัน ภายในปี 2573  ทั้งนี้ โตโยต้าทุ่มเงินลงทุน 1.2 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ โดยที่เงิน 0.6 ล้านล้านบาทนั้นเป็นการลงทุนด้านแบตเตอรี่ และยังลงทุนอีก 1.2 ล้านล้านบาท สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง ภายในปี 2573”

        “เรายังเชื่อมั่นว่าหากเราสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนได้สำเร็จ ก็แปลว่าเราได้สร้างโลกใบที่ทุกคนที่อาศัยอยู่นั้นสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข เราอยากมีส่วนช่วยสร้างโลกแบบนั้นให้เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม เราอาศัยอยู่บนโลกที่มีความแตกต่างหลากหลาย อีกทั้งยังอยู่ในยุคสมัยที่คาดเดาอนาคตได้ยาก ดังนั้นการตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนให้ได้อย่างครบถ้วนด้วยตัวเลือกที่มีเพียงหนึ่งเดียวนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โตโยต้าจึงมุ่งเตรียมความพร้อมเพื่อนำเสนอตัวเลือกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก ด้วยแนวทางนี้ทำให้โตโยต้าสามารถบรรลุเป้าหมายของเราในการสร้าง ‘รถยนต์ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและลดการปล่อยคาร์บอน’ และสอดคล้องกับจุดยืนในการสร้างสรรค์  ‘การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน’ และ ‘ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง’

        มร. ยามาชิตะ กล่าวว่า “ในประเทศไทยนั้น โตโยต้าเป็นผู้ริเริ่มแนะนำเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2552 โดยครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 80% และมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้ามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เราสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปได้ 148,000 ตัน ซึ่งเท่ากับการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น อีกทั้งในปีที่แล้ว เรายังได้ทำการแนะนำ เลกซัส UX300e ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ และ เลกซัส NX450h+  ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด สำหรับแบรนด์โตโยต้า เรามีแผนที่จะทำการแนะนำ bZ4X ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของซีรีส์ bZ ออกสู่ตลาดภายในปีนี้  ยิ่งไปกว่านั้น เราจะพยายามส่งเสริมให้มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลากหลายรุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งความมุ่งมั่นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของภาครัฐที่มุ่งเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนให้เป็นศูนย์ นอกจากนี้ เรายังได้มีการประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อพยายามผลักดันการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยครอบคลุม ‘ตลอดทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์’ ยกตัวอย่างเช่น ‘โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ยั่งยืนโดยปราศจากมลภาวะ’ ซึ่งเราจะสาธิตให้เห็นถึงการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายประเภทในการเดินทางคมนาคม ภายในเมืองพัทยา และเราได้เริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้ในการริเริ่มใช้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เช่น ไฮโดรเจน พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวภาพ ใน ‘นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด’ อีกด้วย”

สถิติการขายรถยนต์ในปี 2564

มร. ยามาชิตะ กล่าวว่า “อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าปี 2564 เป็นปีที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเกิดปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต เช่น ปัญหาชิปขาดตลาด ด้วยเหตุนี้ ยอดขายรวมภายในประเทศจึงอยู่ที่ราว 759,119  คัน หรือลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับปี 2563”

สถิติการขายรถยนต์ในปี 2564ยอดขายปี 2564การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563
 ปริมาณการขายรวม759,119 คัน– 4.2%
 รถยนต์นั่ง 251,800 คัน-8.4%
 รถเพื่อการพาณิชย์507,319 คัน-1.9%
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)393,476 คัน-3.9%
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)341,452 คัน-6.4%


        มร. ยามาชิตะ เผยถึงยอดขายของโตโยต้าในปีที่ผ่านมาว่า “สำหรับยอดขายของโตโยต้าในปี 2564 นั้น ยอดขายรวมของเราอยู่ที่ประมาณ 239,723 คัน หรือลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเรายังคงครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 31.6% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งหากว่ากันตามตรง ถือว่าต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ แต่ถ้าเราดูยอดขายของปีที่แล้วจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ของเราเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นมา สืบเนื่องมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เช่น การขายผ่านช่องทางออนไลน์ ถ้าเราลองดูที่ยอดขายของโตโยต้าในระหว่างช่วงไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 จะเห็นได้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของเราอยู่ที่ 32.5% ซึ่งเป็นระดับที่ไกล้เคียงกับในปี 2562 หรือช่วงก่อนที่โรคโควิด-19 จะระบาด โดยในส่วนของยอดขายของไฮลักซ์ รีโว่ นั้น มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 39.1% ซึ่งสูงกว่าของปี 2562 ในขณะที่ เอทีฟ และ ยาริส นั้น ก็สามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถ อีโคคาร์”

        “ในส่วนของตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ โตโยต้ามียอดขายรวมทั้งปีเป็นอันดับ 1 ถึง 2 ปีซ้อน ด้วยยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์ของโคโรลลา ครอส ส่วนฟอร์จูนเนอร์เองก็มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถกระบะดัดแปลงต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี ในขณะเดียวกัน คัมรี ก็ครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์ขนาดกลาง ส่วนไฮเอซก็ครองอันดับ 1 ตลอดกาลเช่นกันสำหรับในตลาดรถตู้ ซึ่งเราขอแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าคนสำคัญและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้สนับสนุนเราเป็นอย่างดีเสมอมา”

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564ยอดขายปี 2564การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายโตโยต้า239,723 คัน   -1.9%31.6%
 รถยนต์นั่ง 62,403 คัน-8.4%24.8%
 รถเพื่อการพาณิชย์177,320 คัน+0.7%35.0%
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)151,501 คัน+1.2%38.5%
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)128,639 คัน-1.0%37.7%

แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565

มร. ยามาชิตะ กล่าวถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565 ว่า “เป็นไปได้ว่าโควิด-19 จะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย อย่างไรก็ดี เราคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไปพร้อมๆ กับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยรวมทั้งหมด นอกจากนี้ ประชาชนเองก็เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ให้ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนปัญหาชิ้นส่วนการผลิตขาดตลาดก็จะค่อยๆ คลี่คลายลงเช่นกัน เราคาดหวังว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติและคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2565 จะอยู่ที่ 860,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 13.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว”

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2565ยอดขายประมาณการปี 2565เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2564
 ปริมาณการขายรวม860,000 คัน + 13.3%
 รถยนต์นั่ง292,500 คัน+ 16.2%
 รถเพื่อการพาณิชย์567,500 คัน+ 11.9%


มร. ยามาชิตะ กล่าวเสริมว่า
 “สำหรับโตโยต้า เราตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 284,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 18.5% โดยครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 33%”

ประมาณการยอดขายรถยนต์โตโยต้าในปี 2565ยอดขายประมาณการปี 2565เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2564ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายโตโยต้า284,000 คัน + 18.5%33.0%
 รถยนต์นั่ง   81,000 คัน    + 29.8%27.7%
 รถเพื่อการพาณิชย์203,000 คัน     + 14.5%35.8%
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)175,932 คัน    + 16.1%40.6%
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)149,000 คัน     + 15.8%39.8%


ปริมาณการส่งออกรถยนต์และการผลิตของโตโยต้าในปี 2564

        “ในด้านการส่งออกรถยนต์ ในปี 2564 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปราว 292,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 35.5% จากปี 2563 โดยยอดรวมการผลิตรถยนต์สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกในปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 514,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 16.1% จากปี 2563”

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าในปี 2564ปริมาณในปี 2564เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563
 ปริมาณการส่งออก292,000 คัน    + 35.5%
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ514,000 คัน+ 16.1%


เป้าหมายการส่งออกรถยนต์และการผลิตของโตโยต้าในปี 2565

“สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ เราคาดว่าความต้องการของตลาดต่างประเทศจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเราตั้งเป้าปริมาณการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 371,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 27.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเราตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของปี 2565 อยู่ที่ ราว 647,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 25.9% จากปีที่ผ่านมา”

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2565ปริมาณในปี 2565เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2564
 ปริมาณการส่งออก371,000 คัน    + 27.2%
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ647,000 คัน+ 25.9%

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าในประเทศไทย

        มร.ยามาชิตะ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าในประเทศไทยว่า “ปีนี้เป็นปีที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาครบ 60 ปี และเรากำลังเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนตัวเราเองสู่การ ‘เป็นผู้นำพาการขับเคลื่อนยุคใหม่เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คน และความยั่งยืนของสังคม’ เราขอให้คำมั่นว่าจะมอบความสุขให้กับประชาชนชาวไทยและ ‘เติบโตเคียงคู่ไปกับสังคมไทย’ ผ่านการนำเสนอยานยนต์เพื่อการขับเคลื่อน ตลอดจนบริการและโซลูชั่นส์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนด้วยเช่นกัน โดยเราได้ออกแบบโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปีที่มาพร้อมกับแท็กไลน์ ‘Move Your World’ หรือในภาษาไทยคือ ‘ร่วมขับเคลื่อนอนาคต’ เพื่อสะท้อน ‘พลังและการขับเคลื่อนไปข้างหน้า’ แสดงให้เห็นว่าในอนาคต โตโยต้าจะนำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตลอดจนสร้างสรรค์เทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ”

        “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความสุขที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย เรายังจะร่วมเสริมสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โตโยต้าจะเดินหน้าผลักดันภารกิจของเราในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ ‘ยุคแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน’ ผ่านการดำเนินงานหลักในด้านต่างๆ ภายใต้กรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้เราอยากขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งต่อภาครัฐ ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้สนับสนุนเราอย่างดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา” มร. ยามาชิตะ กล่าวในท้ายที่สุด

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2564

1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 91,010 คัน ลดลง 12.6%           

อันดับที่ 1 โตโยต้า27,150 คันลดลง 18.2%ส่วนแบ่งตลาด 29.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ18,801 คันลดลง 18.0%ส่วนแบ่งตลาด 20.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า11,556 คันเพิ่มขึ้น 14.7%ส่วนแบ่งตลาด 12.7%

2.)  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 31,917 คัน ลดลง 16.3%                               

อันดับที่ 1 ฮอนด้า8,763 คันเพิ่มขึ้น 4.6%ส่วนแบ่งตลาด 27.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า7,347 คันลดลง 16.6%ส่วนแบ่งตลาด 23.0%
อันดับที่ 3 ซูซูกิ2,776 คันลดลง 14.8%ส่วนแบ่งตลาด 8.7%

3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 59,093 คัน ลดลง 10.4%                               

อันดับที่ 1 โตโยต้า19,803 คันลดลง 18.8%ส่วนแบ่งตลาด 33.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ18,801 คันลดลง 18.0%ส่วนแบ่งตลาด 31.8%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด4,117 คันลดลง 10.4%ส่วนแบ่งตลาด 7.0%

4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) 

ปริมาณการขาย 42,785 คัน ลดลง 16.9% 

อันดับที่ 1 อีซูซุ16,908 คันลดลง 21.6%ส่วนแบ่งตลาด 39.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า16,733 คันลดลง 16.8%ส่วนแบ่งตลาด 39.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด4,117 คันลดลง 10.4%ส่วนแบ่งตลาด 9.6%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 6,280 คัน

โตโยต้า 2,459 คัน – อีซูซุ 1,990 คัน – มิตซูบิชิ 872 คัน – ฟอร์ด 707 คัน – นิสสัน 252 คัน

 5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 36,505 คัน ลดลง 17%

อันดับที่ 1 อีซูซุ14,918 คันลดลง 20.5%ส่วนแบ่งตลาด 40.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า14,274 คันลดลง 18.0%ส่วนแบ่งตลาด 39.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด3,410 คันลดลง 8.8%ส่วนแบ่งตลาด 9.3%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2564

1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 759,119 คัน ลดลง 4.2%             

อันดับที่ 1 โตโยต้า239,723 คันลดลง 1.9%ส่วนแบ่งตลาด 31.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ184,160 คันเพิ่มขึ้น 1.6%ส่วนแบ่งตลาด 24.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า88,692 คันลดลง 4.7%ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 251,800 คัน ลดลง 8.4%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า76,886 คันลดลง 0.7%ส่วนแบ่งตลาด 30.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า62,403 คันลดลง 8.4%ส่วนแบ่งตลาด 24.8%
อันดับที่ 3 มาสด้า19,800 คันลดลง 20.3%ส่วนแบ่งตลาด 7.9%

3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 507,319 คัน ลดลง 1.9%                     

อันดับที่ 1 อีซูซุ184,160 คันเพิ่มขึ้น 1.6%ส่วนแบ่งตลาด 36.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า177,320 คันเพิ่มขึ้น 0.7%ส่วนแบ่งตลาด 35.0%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด32,329 คันเพิ่มขึ้น 8.3%ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) 

ปริมาณการขาย 393,476 คัน ลดลง 3.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ167,180 คันลดลง 0.8%ส่วนแบ่งตลาด 42.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า151,501 คันเพิ่มขึ้น 1.2%ส่วนแบ่งตลาด 38.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด32,329 คันเพิ่มขึ้น 8.3%ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 52,024 คัน

โตโยต้า 22,862 คัน – อีซูซุ 16,439 คัน – มิตซูบิชิ 6,619  คัน – ฟอร์ด 5,025 คัน –  นิสสัน 1,079 คัน 

5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 341,452 คัน ลดลง 6.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ150,741 คันลดลง 6.0%ส่วนแบ่งตลาด 44.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า128,639 คันลดลง 1.0%ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด27,304 คันเพิ่มขึ้น 11.4%ส่วนแบ่งตลาด 8.0%
NEWSPAPER (TOTAL MARKET SALES BY SEGMENT)
 
TOTAL CAR SALES In Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Toyota27,15033,197-18.2%29.8%239,723244,316-1.9%31.6%
Isuzu18,80122,917-18.0%20.7%184,160181,194+1.6%24.3%
Honda11,55610,075+14.7%12.7%88,69293,041-4.7%11.7%
Mitsubishi5,7636,023-4.3%6.3%47,18857,409-17.8%6.2%
Mazda3,7505,253-28.6%4.1%35,38439,266-9.9%4.7%
Nissan3,5923,661-1.9%3.9%29,69644,558-33.4%3.9%
Suzuki3,1423,493-10.0%3.5%22,37825,528-12.3%2.9%
Hino1,4581,435+1.6%1.6%13,84010,309+34.3%1.8%
Subaru371462-19.7%0.4%2,9531,715+72.2%0.4%
Total Japanese makes75,58386,516-12.6%83.0%664,014697,336-4.8%87.5%
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Ford4,1234,601-10.4%4.5%32,38829,900+8.3%4.3%
MG3,7653,850-2.2%4.1%31,00528,316+9.5%4.1%
Chevrolet01-100.0%0.0%05,954-100.0%0.0%
Hyundai667382+74.6%0.7%3,0962,984+3.8%0.4%
TATA09-100.0%0.0%72217-66.8%0.0%
Kia279158+76.6%0.3%1,6121,202+34.1%0.2%
Proton000.0%02-100.0%0.0%
Porsche10855+96.4%0.1%1,382671+106.0%0.2%
Daewoo000.0%07-100.0%0.0%
Peugeot9760+61.7%0.1%440435+1.1%0.1%
GWM1,46601.6%3,70200.5%
Other makers4,9228,457-41.8%5.4%21,40825,122-14.8%2.8%
Total91,010104,089-12.6%100.0%759,119792,146-4.2%100.0%
PASSENGER CAR SALESIn Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Toyota7,3478,811-16.6%23.0%62,40368,152-8.4%24.8%
Honda8,7638,378+4.6%27.5%76,88677,419-0.7%30.5%
Mazda1,1973,475-65.6%3.8%19,80024,839-20.3%7.9%
Nissan2,1712,454-11.5%6.8%19,79027,120-27.0%7.9%
Mitsubishi2,4842,518-1.4%7.8%18,45622,363-17.5%7.3%
Suzuki2,7763,258-14.8%8.7%19,48623,044-15.4%7.7%
Subaru05-100.0%0.0%1935-45.7%0.0%
Total Japanese makes24,73828,899-14.4%77.5%216,840242,972-10.8%86.1%
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
MG1,615585+176.1%5.1%10,3894,966+109.2%4.1%
Kia275156+76.3%0.9%1,5731,162+35.4%0.6%
Ford66+0.0%0.0%5949+20.4%0.0%
Hyundai03-100.0%0.0%28-75.0%0.0%
Proton000.0%02-100.0%0.0%
Porsche10855+96.4%0.3%1,382671+106.0%0.5%
Peugeot000.0%000.0%
Other makers5,1758,426-38.6%16.2%21,55524,959-13.6%8.6%
Total31,91738,130-16.3%100.0%251,800274,789-8.4%100.0%
COMMERCIAL VEHICLE SALESIn Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Isuzu18,80122,917-18.0%31.8%184,160181,194+1.6%36.3%
Toyota19,80324,386-18.8%33.5%177,320176,164+0.7%35.0%
Ford4,1174,595-10.4%7.0%32,32929,851+8.3%6.4%
Mitsubishi3,2793,505-6.4%5.5%28,73235,046-18.0%5.7%
Honda2,7931,697+64.6%4.7%11,80615,622-24.4%2.3%
Nissan1,4211,207+17.7%2.4%9,90617,438-43.2%2.0%
Mazda2,5531,778+43.6%4.3%15,58414,427+8.0%3.1%
Chevrolet01-100.0%0.0%05,954-100.0%0.0%
MG2,1503,265-34.2%3.6%20,61623,350-11.7%4.1%
Hino1,4581,435+1.6%2.5%13,84010,309+34.3%2.7%
Hyundai667379+76.0%1.1%3,0942,976+4.0%0.6%
Suzuki366235+55.7%0.6%2,8922,484+16.4%0.6%
TATA09-100.0%0.0%72217-66.8%0.0%
Kia42+100.0%0.0%3940-2.5%0.0%
Peugeot9760+61.7%0.2%440435+1.1%0.1%
GWM1,17002.0%3,24000.6%
Benz000.0%000.0%
Subaru371457-18.8%0.6%2,9341,680+74.6%0.6%
Other makers4331+38.7%0.1%315170+85.3%0.1%
Total59,09365,959-10.4%100.0%507,319517,357-1.9%100.0%
ONE-TON PICKUP SALESIn Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Isuzu16,90821,566-21.6%39.5%167,180168,467-0.8%42.5%
Toyota16,73320,123-16.8%39.1%151,501149,635+1.2%38.5%
Ford4,1174,595-10.4%9.6%32,32929,851+8.3%8.2%
Mitsubishi3,2573,505-7.1%7.6%28,29035,046-19.3%7.2%
Nissan1,167982+18.8%2.7%8,18914,861-44.9%2.1%
Chevrolet01-100.0%0.0%03,366-100.0%0.0%
Mazda2111+21000.0%0.5%1,3632,711-49.7%0.3%
TATA01-100.0%0.0%24139-82.7%0.0%
MG392742-47.2%0.9%4,6005,387+0.0%1.2%
Total42,78551,516-16.9%100.0%393,476409,463-3.9%100.0%
Remark:  PPV is included in 1-TON PICKUP segment and can be separated as follows.
PURE PICKUP SALESIn Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Isuzu14,91818,760-20.5%40.9%150,741160,328-6.0%44.1%
Ford3,4103,739-8.8%9.3%27,30424,508+11.4%8.0%
Toyota14,27417,414-18.0%39.1%128,639129,893-1.0%37.7%
Mitsubishi2,3852,387-0.1%6.5%21,67125,704-15.7%6.3%
Nissan915959-4.6%2.5%7,11013,523-47.4%2.1%
Chevrolet01-100.0%0.0%02,694-100.0%0.0%
Mazda2111+21000.0%0.6%1,3632,711-49.7%0.4%
TATA01-100.0%0.0%24139-82.7%0.0%
MG392742-47.2%1.1%4,6005,387-14.6%1.3%
Total36,50544,004-17.0%100.0%341,452364,887-6.4%100.0%
PPV SALES In Dec
 Dec-21Dec-20Y-O-YShare’21 Acc.’20 Acc.Y-O-YShare
Toyota2,4592,709-9.2%39.2%22,86219,742+15.8%43.9%
Isuzu1,9902,806-29.1%31.7%16,4398,139+102.0%31.6%
Mitsubishi8721,118-22.0%13.9%6,6199,342-29.1%12.7%
Ford707856-17.4%11.3%5,0255,343-6.0%9.7%
Chevrolet000.0%0672-100.0%0.0%
Nissan25223+995.7%4.0%1,0791,338-19.4%2.1%
Total6,2807,512-16.4%100.0%52,02444,576+16.7%100.0%