จ่อเข้าไทยแล้ว? Changan Automobile (ฉางอัน ออโตโมบิล) จากจีน เริ่มขยับตัวในไทย

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ในวงการยานยนต์ของไทย มีข่าวเกี่ยวกับการเข้ามาบุกตลาด ของค่ายรถยนต์สัญชาติจีน อีก 1-2 รายเป็นอย่างน้อย หนึ่งในนั้น ก็มีชื่อของฉางอัน ออโตโมบิล ที่ให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนในเมืองไทย ล่าสุด มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อฉางอัน เริ่มทำการตลาด ด้วยการส่งเอกสารให้กับสื่อมวลชนไทยถ้วนหน้า เพื่อแนะนำ และอัพเดทความเคลื่อนไหวของบริษัทในต่างประเทศ ซึ่งป็นการส่งสัญญาณพร้อมรบ ในตลาดแห่งนี้ โดยฉางอัน ได้พูดถึงการเปิดตัว รถยนต์สองรุ่นอย่างเป็นทางการในต่างประเทศ ได้แก่ AVATAR E11 รถ SUV ขนาดกลาง ที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งหมด โดยเป็นการพัฒนาร่วมกัน ระหว่างฉางอัน ออโตโมบิล หัวเว่ย และ CATL อีกรุ่นหนึ่งก็คือ Changan C385 ซึ่งเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกัน และถูกพัฒนาขึ้น จากแพลตฟอร์มเครื่องยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่งาน Changan Auto Tech Ecosystem Conference 2021

ฉางอัน ออโตโมบิล เป็นหนึ่งในสี่ผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศจีน ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ด้วยประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์ มากกว่า 37 ปี และรั้งตำแหน่งบริษัท ที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนา เป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม นำหน้าแบรนด์ต่างๆในจีน ทั้งหมดถึง 5 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบัน ฉางอัน ออโตโมบิล มีฐานการผลิตกว่า 14 แห่งทั่วโลก รวมถึงเครือข่ายการขายและการบริการ มากกว่า 8,700 สาขา ช่างเทคนิคด้านวิศวกรรมผู้ชำนาญการ มากกว่า 10,000 คน ใน 27 ประเทศ และบุคลากรมืออาชีพด้านบริการ อีกกว่า 120,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล ยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นแตกต่างกัน ครอบคลุม 6 ประเทศ ใน 9 ภูมิภาค ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี

ฉางอัน ออโตโมบิล แถลงเพิ่มเติมถึงแผนการลงทุน โดยจะเพิ่มอีก 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราว 825,000 ล้านบาท) ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ภายในระยะเวลาห้าปี การลงทุนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Technology Ecosystem) และเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยีอัจฉริยะในด้านต่างๆ ภายในปี 2025 ซึ่งภายในปีดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าจะสร้างยอดขายต่อปี ให้ได้ 3 ล้านคัน โดยมีสัดส่วนของ xEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าในทุกประเภท อยู่ที่ 35% และภายในปี 2030 ฉางอันตั้งเป้าหมาย ในการขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 4.5 ล้านคัน

การขยับในเมืองครั้งล่าสุดนี้ น่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ของเมืองไทยมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นไปอีก จากผู้เล่นรายใหม่สัญชาติจีน ที่มักจะมีจุดขายในเรื่องราคา และรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีความได้เปรียบค่ายรถยนต์จากประเทศอื่นๆ ทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นทางเลือก ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาในตลาด มีอยู่สูงมาก และอาจจะเป็นปี 2022 ที่ฉางอัน น่าจะมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ เข้าสู่ตลาดเมืองไทย ซึ่งจะต้องจับตาดู และรอการยืนยันต่อไป