พร้อมกว่า! Mitsubishi Triton 2022-2023 โฉมใหม่ ลุ้นเป็นรุ่นแรกในตลาดปิกอัพไฮบริดของไทย?

ความนิยมในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ และรถไฟฟ้าแบบผสม หรือไฮบริด มีการขยับสูงขึ้นมาก ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ เราจะพบได้ในตลาดรถยนต์นั่ง แต่สำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์แล้ว ยังมีคำถามในเรื่องสมรรถนะ และความสมบุกสมบัน ของอุปกรณ์ที่ใช้ขับเคลื่อน ว่าจะทนทาน และมีการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนขุมพลังที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ในการขับเคลื่อนหรือไม่ ซึ่งบางค่ายรถยนต์ ได้เคยสำรวจความสนใจ ในรถกระบะไฮบริด ในตลาดสำคัญอย่างออสเตรเลีย รวมถึงนิวซีแลนด์ และพบว่า มีกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่นอกเมือง ให้ความสนใจในรถยนต์ประเภทนี้มาก แม้ว่าเหตุผลสำคัญข้อหนึ่ง ก็คือการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ผู้ที่แสดงความสนใจ ยังให้ความเชื่อมั่น ว่ารถกระบะไฮบริด จะสามารถตอบโจทย์ได้ในเรื่องสมรรถนะ ที่คาดว่าน่าจะทำได้ดี ไม่แพ้รถยนต์ ที่ใช้ขุมพลังแบบดั้งเดิม

ในเรื่องของความเชื่อมั่นในด้านสมรรถนะ Ford และอีกหลายค่ายรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา น่าจะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะรถกระบะรุ่นใหม่ๆ ต่างก็มีขุมพลังทางเลือก ที่เป็นทั้งระบบไฟฟ้า 100% และระบบไฮบริด ที่เห็นได้จากรถกระบะขนาดใหญ่ อย่าง Ford F-150 Lightning และ Ford Maverick รถกระบะขนาดเล็กน้องใหม่ ในขณะที่รถกระบะขนาดกลางอย่าง Ranger ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา ยังต้องรอการยืนยันในเรื่องขุมพลัง หลังจากการเปิดตัวเจนเนอเรชั่นใหม่ แม้ว่าหลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่า All-New Ranger จะมีขุมพลังไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทางเลือก อย่างน้อย ก็น่าจะมีให้เป็นอ็อปชั่น ในบางตลาดอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ความพยายาม ในการชักจูงกลุ่มเป้าหมายมากนัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดรถกระบะในเมืองไทย ที่กินส่วนแบ่งเกือบครึ่งหนึ่ง ของตลาดรถยนต์ทั้งหมดทุกประเภท อาจจะเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป สำหรับค่ายรถยนต์ ที่จะลองเปิดตลาดรถกระบะไฟฟ้า หรือไฮบริด ในช่วงที่รถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายใน ได้รับความนิยมสูงสุด ยังไม่นับสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย จากผลกระทบของโรคโควิด19 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีโอกาสเสียเลย

หากมองภาพรวมแล้ว จากกระแสข่าวในต่างประเทศ และความเคลื่อนไหวภายในประเทศ ดูเหมือนว่า Mitsubishi จะมีโอกาสในการเปิดตัวรถกระบะขุมพลังทางเลือกใหม่ มากกว่าเพื่อน เพราะก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของ Mitsubishi ได้เคยยืนยัน เกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยี Plug-In Hybrid หรือ PHEV มาใช้กับ Triton เจนเนอเรชั่นใหม่ ว่ามีความเหมาะสม และเข้ากันได้ดีกับรถยนต์สไตล์ออฟโรด ซึ่งรวมถึง Triton และ Pajero Sport และ Mitsubishi ก็ได้ทุ่มเทในเรื่องของการวิจัย และพัฒนาระบบ PHEV มาโดยตลอด

ทางด้านโฆษกของ Mitsubishi ก็ได้เคยแสดงความคิดเห็นว่า เทคโนโลยี PHEV มีส่วนสำคัญในการช่วยให้บริษัท เติบโตได้อย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่ง ในการแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเชื่อว่า เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เป็นสิ่งที่ค่ายรถยนต์อื่นๆ ให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน ในฐานะเทคโนโลยีแห่งอนาคต ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

และจากนโยบายใหม่ของกลุ่มพันธมิตร Renault Nissan Mitsubishi ที่ให้อาเซียน เป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของกลุ่ม ที่มี Mitsubishi เป็นผู้ดูแลหลัก ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากรถมินิเอ็มพีวี อย่าง Xpander และรถเอสยูวีรุ่นต่างๆ ที่เป็นแหล่งทำเงินสำคัญให้กับบริษัทแล้ว รถกระบะปิกอัพขนาด 1 ตัน ที่มีไทยเป็นตลาดหลัก ก็ถือว่าเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่สุดอีกหนึ่งรุ่น การวิจัยและนำเอาเทคโนโลยี PHEV มาใช้กับ TRITON จีงทำให้ความเป็นไปได้สูง ในการเปิดตลาดรถกระบะขุมพลังแบบใหม่ในไทย อย่างน้อย ก็ยังมีตลาดออสเตรเลีย เป็นแหล่งทำเงินในการส่งออก หรือแม้แต่ตลาดยุโรปอย่างสหราชอาณาจักร ที่มีการนำเข้า Triton จากประเทศไทย

จากข้อมูลของ BOI ผู้ประกอบการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนล่าสุด ในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มีทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการ ซึ่ง Mitsubsihi ได้ขอรับการลงทุน ทั้งในส่วนของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ซึ่งที่ผ่านมา บีโอไอได้อนุมัติโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของมิตซูบิชิ มูลค่าการลงทุนรวม 5,480 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสายการผลิตรถยนต์เดิม ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี สำหรับผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีกำลังการผลิตรวม 39,000 คันต่อปี แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ประมาณ 9,500 คันต่อปี และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม หรือไฮบริด ประมาณ 29,500 คันต่อปี โดยจะเริ่มผลิตประมาณปี 2023 และจะมีการส่งออกไปตลาดอาเซียนด้วย จากการลงทุนด้วยเงินก้อนโตนี้ ทำให้ผลประกอบการของ Mitsubishi ในปี 2020 ที่ผ่านมา ขาดทุนถึง 7,194 ล้านบาท แต่ถ้ามองย้อนกลับไปในปีก่อนหน้านั้น Mitsubishi ถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ ที่ทำกำไรอันดับต้นๆของประเทศ ในบางปี ยังสามารถทำกำไร ได้สูงกว่าเจ้าตลาดอย่าง Toyota ด้วยซ้ำ

ซึ่งเมื่อมองจากปัจจัยต่างๆข้างต้นแล้ว ดูเหมือนว่า Mitsubishi น่าจะมีความพร้อม ในการเปิดตลาดรถกระบะไฟฟ้าแบบไฮบริดมากที่สุด เพราะทาง Ford เอง ยังไม่มีการขอส่งเสริมการลงทุนในเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีอยู่ในมือก็ตาม รวมถึง Isuzu ส่วน Nissan และ Mazda ที่มีการขอส่งเสริมการลงทุน ในเรื่องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริด ก็อาจจะต้องรอดูทิศทาง หรือพึ่งพาการผลิตจากพันธมิตรอย่าง Mitsubishi และ Isuzu เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังมีค่ายรถยนต์จากจีน อย่าง MG ที่มีฐานการผลิตเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ในเมืองไทย และ Great Wall Motor ที่สามารถนำเข้ารถกระบะไฟฟ้า มาจำหน่ายในเมืองไทยได้ แต่ทั้ง 2 บริษัท ก็ถือว่ายังใหม่มาก และอาจจะดูเสี่ยงเกินไป ที่จะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีนี้ กับตลาดรถกระบะ ที่ยังมองไม่ออกว่า จะมีความต้องการของตลาดที่แท้จริง มากน้อยแค่ไหน

นั่นทำให้มีเพียง Toyota เท่านั้น ที่ขอส่งเสริมการลงทุนครบทั้ง 3 ประเภท เหมือนกับ Mitsubishi และมีรถกระบะที่ทำตลาดอยู่ในเมืองไทย แต่เมื่อดูไทม์ไลน์แล้ว ถ้าจะมี Hilux Hybrid หรือ Hilux EV ขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะต้องรอเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่จะเปิดตัวได้เร็วที่สุด ก็ในช่วงปลายปี 2023 หรือภายในปี 2024 ในขณะที่ All-New Triton จะมีการเปิดตัวภายในปี 2022 หรือเปิดตัวก่อน All-New Hilux ราว 2 ปี นั่นทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นรถกระบะขุมพลังทางเลือกใหม่ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าง Mitsubishi Triton มีอยู่สูงที่สุด เมื่อประเมินจากปัจจัยต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งขุมพลังที่ยังมีเครื่องยนต์สันดาปภายใน ช่วยในการขับเคลื่อน ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ก็น่าจะเป็นทางออก ที่ดูประนีประนอมมากที่สุด เพราะอย่างน้อย ก็ช่วยลดคำถาม เกี่ยวกับสมรรถนะของตัวรถให้น้อยลง

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มีพลวัตที่สูงมากในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะทำให้โอกาส ที่เราจะได้เห็นรถกระบะไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 100% เร็วกว่าที่เราคิด มีอยู่สูง ซึ่งปัจจัยหลักอย่างหนึ่ง ที่เป็นตัวตัดสินในเรื่องนี้ ก็คือการยอมรับของลูกค้า ในเรื่องเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า สำหรับรถกระบะปิกอัพ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายในเมืองไทย ว่าจะสนใจซื้อรถกระบะไฮบริด หรือรถกระบะไฟฟ้า มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าหากจะมีการเปิดตัว Triton รุ่นไฮบริดขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะต้องรอให้โฉมใหม่ ทำตลาดไปสักพักหนึ่งก่อน ซึ่งอาจจะเป็นปี 2023 เป็นต้นไป

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารเกี่ยวรถยนต์ คุณคิดว่า รถกระบะไฮบริด หรือไฟฟ้่า จะมีโอกาสแจ้งเกิดในเมืองไทย ในเร็ววันนี้หรือไม่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here