Nissan เล็งผลิตรถกระบะไฟฟ้า ใช้ระบบขับเคลื่อนจาก Hercules Alpha ยัดใส่ใน Titan

ถ้าพูดถึงแผนการพัฒนารถกระบะปิกอัพระบบไฟฟ้าทั้งคันแล้ว ดูเหมือนว่า ค่ายรถยนต์จากฝั่งอเมริกา จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ มากกว่าค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Ford ที่มี F-150 EV GM กับ GMC Hummer EV ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันก่อน Tesla ที่สร้างความฮือฮา ด้วยการแนะนำ Cybertruck หรือ Rivian ที่มีแบ็คอัพสำคัญ อย่าง Amazon.com ส่วนหนึ่ง อาจจะเพราะความมั่นใจว่า รถยนต์ในอนาคต ยังจะต้องพึ่งพา เทคโนโลยีระบบไฮบริดอีกนาน กว่าที่รถยนต์ไฟฟ้า จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลง ในอุตสาหกรรมนี้ได้

ซึ่งมาถึงตอนนี้ กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าว ไม่ถูกต้องนัก อย่างไรก็ตาม Nissan ค่ายรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ประสบปัญหาภายใน มาในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ กลับให้ความสนใจ ในตลาดนี้ไม่น้อย เมื่อสำนักข่าวดังอย่าง Bloomberg รายงานว่า Nissan กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดรถกระบะไฟฟ้า ด้วยการเข้าไปร่วมมือ กับบริษัท Startup จากเมืองดีทรอยต์ ที่ชื่อ Hercules Electric Vehicles ซึ่ง Nissan เตรียมซื้อระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบตเตอรี่ มาใช้กับรถกระบะขนาด full size อย่าง Nissan Titan รวมถึงการให้พาร์ทเนอร์รายดังกล่าว ใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ของ Nissan ในการพัฒนารถยนต์ของตัวเอง ซึ่งเป็นความร่วมมือในด้านกลยุทธ์ ของทั้งสองบริษัท

ในปี 2019 ที่ผ่านมา Nissan Titan มียอดขายที่ตกลงถึง 38% และดูเหมือนว่า สถานการณ์ยอดขาย ก็ยังไม่ดีขึ้นในปีนี้ การเพิ่มทางเลือกเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ให้กับ Titan จึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม หาก Nissan ยังต้องการอยู่ในตลาดนี้ ได้อย่างมั่นคงต่อไป

Hercules เป็นบริษัท startup ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยอดีตวิศวกร 3 คน ที่เคยร่วมงาน กับบริษัทยานยนต์ชื่อดังของอเมริกามาก่อน โดยบริษัท มีแผนในการผลิตรถกระบะหรูระบบไฟฟ้า Hercules Alpha ที่จะมีการผลิตขึ้น ในช่วงกลางปี 2022 ซึ่งบริษัทมองว่า เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ที่น่าจะเข้าไปแจ้งเกิดได้ง่าย อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอย่าง FCA หรือ Fiat Chrysler Automobile ยังไม่แน่ใจว่า ตลาดรถกระบะไฟฟ้า จะมีการเติบโตได้จริงหรือไม่ แม้ว่า CEO ของบริษัท เคยเปิดเผยว่า FCA อาจจะพัฒนารถกระบะไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ RAM ขึ้นมาจำหน่ายก็ตาม

ในปัจจุบัน คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีอยู่จริง และกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบางประเภท อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ กว่าที่ตลาด จะมีการเติบโต จนน่าสนใจพอ ที่ค่ายรถยนต์ระดับโลก จะลงทุนผลิตขึ้นมาจำหน่าย แต่การที่มีทางเลือกไว้แต่เนิ่นๆ ก็น่าจะเป็นการลดความเสี่ยง หากตลาดนี้ มีการเติบโตเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ อย่างน้อย ก็จะได้ไม่ตกขบวน เหมือนค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นหลายค่าย ที่เคยมองว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี ถึงจะแจ้งเกิดได้ ในธุรกิจยานยนต์ระดับโลก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here