ทดสอบความแกร่ง Triton Rally Car โดย ทีม Mitsubishi Ralliart พร้อมสู้ศึก เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022

ทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท ทดสอบความแกร่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ พร้อมสู้ศึก เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022

โตเกียว – 15 กรกฎาคม 2565: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น แถลงว่า ทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประสบความสำเร็จในการทดสอบสมรรถนะและความแกร่งของรถแข่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ บนเส้นทางทดสอบแบบออฟโรดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันถึงความพร้อมในการเข้าร่วมชิงชัยในรายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022

โดยการทดสอบในครั้งนี้ได้จำลองลักษณะเส้นทางและการบรรทุกสัมภาระต่างๆ ให้เสมือนกับสถานการณ์การแข่งขันจริง เพื่อทำการทดสอบสมรรถนะและความทนทานของระบบช่วงล่างและเครื่องยนต์ โดยการทดสอบสมรรถนะของรถแข่งแรลลี่ในครั้งนี้ เราได้จำลองสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับเส้นทางการแข่งขันจริง โดยมีระยะวิ่งทดสอบรวม 10 กิโลเมตร ประกอบด้วย ถนนทางเรียบที่ต้องใช้ความเร็วสูง ถนนขรุขระ รวมทั้งถนนขนาดเล็กที่มีความคดเคี้ยวเพื่อลุยผ่านป่าและภูเขา

มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการ ทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน มีระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยเราได้ตัดสินใจลดน้ำหนักของตัวรถลงให้ได้มากที่สุด แต่ยังคงไว้ซึ่งความแกร่งและความทนทาน เพื่อให้สามารถรองรับการปรับแต่งสมรรถนะในแบบรถแข่งแรลลี่ให้ได้มากที่สุด การที่ได้ทดสอบขับรถแข่งแรลลี่คันนี้ไปแล้วกว่า 800 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาทั้ง 2 วัน ได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมตลอดเส้นทางการทดสอบที่สมบุกสมบัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปตามที่เราได้ตั้งเป้าไว้ ทั้งนี้เรายังมั่นใจอีกว่าการเตรียมความพร้อมของเราได้ดำเนินมาถูกทางตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้”

เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ เป็นหนึ่งในการแข่งขันแรลลี่แบบครอสคันทรีสุดหฤโหดนาน โดยใช้ระยะการแข่งขันนานราว 1 สัปดาห์ และมีระยะทางการแข่งขันรวมกันทั้งสิ้นกว่า 2,000 กิโลเมตร บนเส้นทางธรรมชาติที่มีความสลับซับซ้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปกติแล้วการแข่งขันรายการดังกล่าวนี้จะถูกจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้การแข่งขันฯ ในปี 2563 และ 2564 ต้องถูกยกเลิกไป สำหรับในปีนี้ การแข่งขันฯ ได้ถูกเลื่อนไปจัดในระหว่างวันที่ 21 – 26 พฤศจิกายน 2565 โดยมีระยะทางการแข่งขันราว 1,700 กิโลเมตร และเริ่มการแข่งขันที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ก่อนข้ามพรมแดนมุ่งหน้าสู่ประเทศกัมพูชา และสิ้นสุดการแข่งขันที่แหล่งมรดกโลกที่สำคัญอย่าง ปราสาทนครวัด

ภาพรวมของ มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์
มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ จัดเป็นรถแข่งในรุ่น T1 (รถแข่งแบบครอสคันทรี รุ่นโปรโตไทพ์) ตามหลักการตัดสินของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) โดยเป็นรถแข่งที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น 4 ประตู โดยฝากระโปรงหน้า ประตูหน้าและหลัง รวมถึงห้องโดยสารและชิ้นส่วนต่างๆ ถูกลดน้ำหนักลงเพื่อให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาที่สุด ขณะที่ตัวรถยังได้รับการเสริมความแข็งแรงด้วยโครงเหล็กนิรภัยและแผงกันกระแทกใต้ท้องรถ ช่วงล่างปรับปรุงใหม่ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการควบคุมให้ดีมากยิ่งขึ้น ติดตั้งเพิ่มระบบล็อกเฟืองหน้าและท้าย (LSD) พร้อมใส่ยางออฟโรดขนาดใหญ่ และล้ออัลลอยดีไซน์ ใหม่ ที่มีน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มสมรรถนะการควบคุมบนถนนที่ขรุขระได้อย่างดีเยี่ยม เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ปรับปรุงใหม่ เพื่อลดน้ำหนักและลดแรงเสียดทาน พร้อมเพิ่มสมรรถนะอัตราการเร่งที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเดิมในย่านความเร็วกลาง ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการขับแข่งขันประเภทแรลลี่ พร้อมกันนี้ยังได้ทำการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถทนต่อการลุยน้ำ เพราะในบางช่วงของการแข่งขันฯ นักแข่งจำเป็นที่จะต้องขับลุยฝ่าข้ามแม่น้ำ ดังนั้นการซีลปิดผนึกเครื่องยนต์ที่มิดชิด พร้อมทั้งการติดตั้งสน็อกเกิลท่อกรองอากาศจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ความยาว 5,300 มม.
ความกว้าง 1,815 มม.
ระยะฐานล้อ 3,000 มม.
ระยะห่าง (หน้า/หลัง) 1,520 มม. / 1,515 มม.
เครื่องยนต์ รหัส 4N15 เครื่องยนต์ 4 สูบ ดีเซล เทอร์โบ MIVEC
หัวฉีดเชื้อเพลิง คอมมอนเรล หัวฉีดแรงดันสูง
ความจุ 2,442 ซีซี
พละกำลังสูงสุด 133 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II
ระบบล็อกเฟือง CUSCO แบบ LSD หน้าและท้าย
ช่วงล่างด้านหน้า แบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง
ช่วงล่างด้านหลัง แหนบพร้อมโช๊คอัพแบบไขว้
โช๊คอัพ โช๊คอัพด้านหน้าและหลังสามารถปรับระดับได้ของ CUSCO
ระบบบังคับเลี้ยว แบบแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง
ระบบเบรก ดิสก์เบรกหน้าและหลังแบบมีช่องระบายความร้อน ENDLESS พร้อมคาลิปเปอร์ 4 สูบ
ล้อ อลูมิเนียมอัลลอย ขนาด 17 นิ้ว x 8J ของ WORK
ยาง Yokohama GEOLANDAR M/T G003 ขนาด 265/70 R17
อื่น ๆ ฝากระโปรงหน้า ประตูหน้าและหลังผลิตขึ้นรูปจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์

บริษัทผู้ให้การสนับสนุน

ทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท เข้าแข่งขันรายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 ด้วยการสนับสนุนจากเหล่าพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุน 8 บริษัท (เรียงตามลำดับตัวอักษร)

บริษัท การสนับสนุน
CARROSSER Co., Ltd. สนับสนุนระบบกันสะทือน CUSCO พร้อมโช้คอัพด้านหน้าและหลัง รวมถึง ระบบล็อกเฟืองหน้าและท้ายแบบ LSD
ENDLESS PROJECT Co., Ltd. สนับสนุนคาลิเปอร์เบรก ดิสก์เบรก และผ้าเบรก
ENEOS Corporation สนับสนุนน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่อง และน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ
Fortec Motorsport Ltd สนับสนุนระบบน้ำหล่อเย็นสำหรับรถแข่ง
HANKYU HANSHIN EXPRESS Co., Ltd. สนับสนุนการขนส่งชิ้นส่วนพิเศษสำหรับการแข่งแรลลี่มายังประเทศไทย
HKS Co., Ltd. สนับสนุนการพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับการแข่งแรลลี่
The Yokohama Rubber Co., Ltd. สนับสนุนยาง GEOLANDAR M/T G003 ยางลุยโคลนสำหรับรถกระบะ
Work Co., Ltd. สนับสนุนล้อรถ สำหรับการแข่งขัน

ภาพรวมการแข่งขัน

การแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ ครั้งที่ 27 จะเริ่มเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการด้วยพิธีเปิดฯ ที่จะถูกจัดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ใกล้กับชายแดนประเทศกัมพูชา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 นี้ โดยการแข่งขันจะเริ่มขึ้นจริงในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ทั้งนี้ช่วงแรกของสนามแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากนั้นจะมุ่งหน้าสู่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 และสิ้นสุดการแข่งขันในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ที่จังหวัดเสียมเรียบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนครวัด แหล่งมรดกโลกที่สำคัญ ทั้งนี้ระยะทางการแข่งขันในแต่ละปีจะครอบคลุมระยะทางมากกว่า 1,700 กิโลเมตร และในปีนี้เส้นทางการแข่งขันจะยังคงความทรหดเหมือนเช่นเคย ด้วยสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งเส้นทางที่ต้องขับตะลุยผ่านภูเขา ป่าทึบ ดินโคลน ข้ามแม่น้ำ และเนินทราย รวมทั้งบนถนนเซอร์กิตที่ต้องอาศัยทักษะการควบคุมและสมรรถนะความแกร่งขั้นสูงสุด โดยทักษะของทั้งผู้ขับขี่และทีมงานจะถูกทดสอบอย่างต่อเนื่องด้วยเส้นทางการแข่งขันที่มีความสลับซับซ้อน พร้อมด้วยสภาพภูมิอากาศที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อันเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติตลอดเส้นทางการแข่งขัน