Ford เลือกใช้แบตฯจีน CATL กับรถยนต์ไฟฟ้า F-150 Lightning / Mustang Mach-E

บริษัท คอนเทมโพรารี แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด หรือ ซีเอทีแอล (Contemporary Amperex Technology Co., Limited หรือ CATL) บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน และบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (Ford Motor Company) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ว่าด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลก ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดหาแบตเตอรี่ในจีน ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซีเอทีแอลจะจัดหาแบตเตอรี่ lithium iron phosphate หรือ LFP ให้กับรถฟอร์ด มัสแตง มัค-อี (Ford Mustang Mach-E) ในอเมริกาเหนือ เริ่มตั้งแต่ปีหน้า รวมถึงรถฟอร์ด เอฟ-150 ไลท์นิง (Ford F-150 Lightning) ในอเมริกาเหนือ ในช่วงต้นปี 2024 โดยรถฟอร์ดทั้งสองรุ่น จะมอบสมรรถนะที่โดดเด่นในด้านการปรับอุณหภูมิ ด้วยระบบแบตเตอรี่ LFP ของซีเอทีแอล ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและมีเสถียรภาพทางความร้อน

Ford F-150 Lightning On Way to Customers

เทคโนโลยี CTP (cell-to-pack) ของซีเอทีแอล เป็นการนำเซลล์แบตเตอรี่ มาประกอบเข้าด้วยกันโดยตรง ช่วยให้แบตเตอรี่มีความหนาแน่นของพลังงานมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนในการผลิต และลดต้นทุน ขณะที่สถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ด ก็มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้บูรณาการเทคโนโลยี CTP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความจุของแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ทั้งสองบริษัทจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตนเพื่อร่วมกันสำรวจโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทั่วโลก โดยนอกเหนือจากการจัดหาแบตเตอรี่ LFP เทคโนโลยี CTP ให้กับฟอร์ดแล้ว ซีเอทีแอลยังมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับฟอร์ดอย่างจริงจังในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่อื่นๆ อีกด้วย

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลกครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับทั้งสองบริษัท ในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน และส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะมีส่วนช่วย ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนทั่วโลก

นอกจกานั้น ยังทำให้โอกาสที่จะเกิดความร่วมมือในภูมิภาคอื่นๆมีความเป็นไปได้เช่นกัน แม้ว่าความร่วมมือล่าสุด ไม่ได้กล่าวถึงการครอบคลุมบางภูมิภาคอย่างอาเซียน ที่ทั้ง CATL และ Ford ต่างมีฐานการผลิตในประเทศอินโดนีเซียและไทยตามลำดับ ซึ่งหาก Ford มีแผนการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Ranger Lightning ตามที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ โอกาสที่เราจะได้เห็นความร่วมมือของทั้งสองบริษัทสำหรับโครงการนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูง ที่นอกจากสถานที่ต้ั้งโรงงานจะใกล้กันแล้ว ยังได้เปรียบในเรื่องของภาษีนำเข้าระหว่างประเทศอีกด้วย บางที ทั้งสองบริษัทอาจจะได้พูดคุยเกี่ยวโครงการนี้ไปแล้ว ก็เป็นไปได้