พรีวิวเทคโนโลยี Ford Ranger 2022-2023 โฉมใหม่ เหนือกว่า Isuzu D-MAX / Toyota Hilux Revo หรือไม่?

ฟอร์ด ชูจุดขาย เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ด้วยการก้าวข้ามขีดจำกัดของรถกระบะปิกอัพ ด้วยเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์การใช้งานที่เหนือกว่า

ฟอร์ดรู้ว่าลูกค้าต้องการรถกระบะที่ชาญฉลาด ห้องโดยสารภายในที่รองรับการใช้งานหลากหลาย และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เจ้าของรถ เชื่อมต่อการสื่อสารจากที่บ้าน หรือที่ทำงาน มาสู่รถคู่ใจ ได้อย่างไร้รอยต่อ

เริ่มจากระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่ทำงานเสมือนสมาร์ทโฟน ไปจนถึงแผงหน้าปัดแบบดิจิทัล แทนแผงหน้าปัดอนาล็อกแบบเดิม ฟอร์ด เรนเจอร์ โฉมใหม่ จึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบสนองทุกการใช้งานของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

มาตรฐานใหม่ของความชาญฉลาด

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ผสานระบบเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ล่าสุดของฟอร์ด เพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าลูกค้า จะใช้รถเพื่อการทำงาน เป็นรถสำหรับครอบครัว หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน

แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ 8 นิ้ว แสดงข้อมูลได้อย่างเต็มรูปแบบ เหนือกว่าระบบอนาล็อกเดิม นอกจากนี้ หน้าจอควบคุมระบบความบังเทิงแบบสัมผัส ขนาดใหญ่ 10.1 หรือ 12 นิ้ว ยังเพิ่มความหรูหราทันสมัยให้กับภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A ที่ตอบสนองการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

เกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรกมือไฟฟ้า ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถกระบะเป็นครั้งแรก ช่วยยกระดับพื้้นที่ภายในห้องโดยสาร ให้ดูทันสมัย อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ภายในรถ ดูกว้างขวางยิ่งขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังให้ความสำคัญกับไฟส่องสว่าง ด้วยไฟหน้าและหลังแบบแอลอีดีเต็มรูปแบบ และยังมีไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี อีกหนึ่งจุดเด่น ที่ฟอร์ดนำมาติดตั้งในรถกระบะเป็นครั้งแรกในไทย

แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส™ ยังช่วยให้ลูกค้า เชื่อมต่อการสื่อสารกับรถได้ตลอดเวลา ผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกำหนดการบำรุงรักษารถ การสตาร์ทรถจากระยะไกล การตรวจเช็คตำแหน่งของรถ การแจ้งเตือนสภาพรถเบื้องต้น การล็อค หรือปลดล็อคจากระยะไกล รวมถึงการเปิดเครื่องปรับอากาศในรถ ด้วยอุณหภูมิที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัล

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เปลี่ยนจากการใช้จอแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ เช่น มาตรวัดความเร็วแบบเดิม มาเป็นหน้าจอดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่ผู้ขับขี่ ปรับการแสดงผลได้ตามต้องการ พร้อมแสดงภาพเคลื่อนไหว เมื่อสตาร์ทรถและดับเครื่องยนต์ รวมถึงแสดงอัตราความเร็ว และรอบเครื่องยนต์แบบดิจิทัล และภาพกราฟฟิกจำลองรถแบบสมจริง

ในฟอร์ด เรนเจอร์บางรุ่น ผู้ขับขี่ยังเปลี่ยนหน้าจอ ให้แสดงข้อมูลที่ต้องการได้หลากหลาย ทั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ รอบเครื่องยนต์ และมาตรวัดพิเศษอื่นๆ รวมถึงเลือกปิดการแสดงผลข้อมูลต่างๆ บนจอได้ด้วย

ด้วยการที่ฟอร์ด เรนเจอร์ โฉมใหม่ มาพร้อมโหมดการขับขี่ ทั้งบนถนน และแบบออฟโรด หน้าจอแสดงผล จึงแสดงผลการทำงานด้วยภาพเคลื่อนไหว ในธีมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปตามโหมดในการขับขี่ที่เลือกใช้

หน้าจอแสดงผลกลางขนาดใหญ่

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้ว หรือ 12 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นจอที่ใหญ่ที่สุดในเซ็กเมนต์ ให้ผู้ขับขี่เลือกการตั้งค่าหน้าจอแบบแยกส่วน ผ่านแป้นสั่งการที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ เพื่อแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ระบบแผนที่นำทาง การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ และอุปกรณ์อื่นๆ

ทีมพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เลือกใช้หน้าจอแบบแท็บเล็ตขนาดใหญ่ เพื่อแสดงระบบแผนที่นำทางได้อย่างชัดเจน และยังเหลือพื้นที่ด้านล่างของจอสำหรับแสดงผลอื่นๆ เช่น ระบบปรับอากาศ และระบบควบคุมความบันเทิงอื่นๆ

ชาญฉลาดยิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมต่อบน SYNC® 4A

ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีที่ติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ โดย SYNC® 4A เป็นระบบสื่อสารและความบันเทิงในรถฟอร์ด ที่รองรับการเชื่อมต่อบน Apple CarPlay™ และ Android Auto™ มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่นการแสดงผลฟีเจอร์ที่ใช้งานล่าสุดก่อน เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น

อัปเดตเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังมาพร้อมโมเด็มที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับรถได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ซึ่งในอนาคต ลูกค้าจะอัปเดตข้อมูล และการทำงานหลายอย่างบนรถได้ ผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์ SYNC® 4A หรือการอัพเดทเพื่อยกระดับคุณภาพ ความสามารถในการขับขี่ และความสะดวกสบายบางรายการได้ โดยไม่จำเป็นต้องนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ

ปุ่มน้อยลง แต่ควบคุมได้มากขึ้น

ระบบการควบคุมการขับขี่รถของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ได้ถูกย้ายจากแผงหน้าปัดและคอนโซลกลาง ไปอยู่บนหน้าจอ SYNC แทน ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น อาทิ ผู้ขับขี่เพียงเข้าสู่หน้าจอโหมดออฟโร้ดก็มองเห็นเส้นทางการขับขี่ มุมเลี้ยว เนินชัน พื้นลาดเอียง และการควบคุมอื่นๆ ได้ง่ายเพียงกดปุ่มเดียว

นอกจากนี้ การควบคุมอุณหภูมิและระบบความบันเทิงภายในรถ ก็ยังสามารถสั่งการผ่านหน้าจอ SYNC ได้ และยังมีการติดตั้งปุ่มจริงใต้หน้าจอไว้ด้วย เพื่อการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็ว

มองได้รอบทิศทาง

จอทัชสกรีนเชื่อมต่อกับกล้อง 360 องศา เพื่อให้จอดรถได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ในพื้นที่แคบ หรือช่วยเหลือผู้ขับขี่ ในการเดินทางบนสภาพเส้นทาง ที่มีความสมบุกสมบันเป็นพิเศษ โดยระบบ จะทำให้ผู้ขับขี่ มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้ารถ หลังรถ ภาพรอบคันจากมุมสูง รวมถึงจุดบอดต่างๆ เพื่อขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

เกียร์แบบใหม่

ทีมวิศวกรติดตั้งระบบเบรกมือไฟฟ้าในฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ บางรุ่น เพื่อให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสถึงความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้มิได้เพียงแต่ทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้รถพร้อมรองรับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

แบตเตอรี่เต็มตลอดเวลา

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ช่วยให้ลูกค้าชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนได้แบบไร้สาย พร้อมเชื่อมต่อกับระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A เมื่อวางมือถือที่แท่นชาร์จไร้สาย บริเวณใต้คอนโซลกลาง นอกจากนั้น ยังสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนแบบต่อสาย USB หรือใช้ช่องต่อไฟ 12V/240V และอินเวอร์เตอร์ 400 วัตต์ ที่จ่ายไฟฟ้าเข้ามาในห้องโดยสารได้

การเชื่อมต่อมุมสูง

ผู้ขับขี่จำนวนมาก นิยมติดกล้องบันทึกการจราจรหน้ารถ ทีมวิศวกร จึงติดตั้งช่องจ่ายไฟ USB Type A ที่ด้านบนกระจกมองหลัง เพื่อเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์ ให้เป็น 5 โวลต์ รองรับอุปกรณ์ GPS หรือกล้องติดหน้ารถยนต์ได้ และยังใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ โดยที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A

แสงสว่างส่องทาง

สำหรับในบางรุ่นย่อย ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ติดตั้งไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ รองรับฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย ทั้งการปรับระดับอัตโนมัติ และระดับแสงตามการเร่ง หรือชะลอความเร็วขณะขับ ยิ่งกว่านั้น ไฟหน้ายังสามารถตั้งค่าการหักเหได้ ทั้งแบบคงที่ และแบบอัตโนมัติ ไฟสูงก็ได้รับการพัฒนา ให้ตัดแสง ที่อาจจะทำให้เป็นอันตราย ต่อสายตาของคนขับรถสวนทางมา อีกด้วย

เพียงปลายนิ้วสัมผัส

แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ช่วยให้คุณเชื่อมต่อการสื่อสารกับรถฟอร์ดของคุณ ได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คสถานะรถ เช่น ระดับน้ำมันที่เหลือในถัง ระยะทางสะสมที่รถวิ่ง ตำแหน่งรถปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งการล็อกและปลด ล็อกรถ สตาร์ทรถ เพื่อเปิดการใช้งานระบบควบคุมอุณหภูมิภายในรถตามที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะตั้งให้แอร์เย็น ในวันที่อากาศร้อน หรือตั้งอุณหภูมิให้อุ่นรอไว้ ในวันที่อากาศหนาว และเพื่อความสบายใจของเจ้าของรถ ในระหว่างการสตาร์ทรถจากระยะไกล ระบบจะล็อกรถ และไม่สามารถขับออกไปได้โดยไม่มีกุญแจ

ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมกับระบบควบคุมอุณหภูมิแบบใหม่และคอมเพรสเซอร์แบบความเร็วแปรผันช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราของระบบปรับอากาศ และเพิ่มลดการทำงานของเครื่องยนต์ เพิ่มการประหยัดน้ำมัน โดยผู้ขับขี่ ควบคุมระบบควบคุมอุณหภูมิภายในรถ ได้หลายวิธี ทั้งบนหน้าจอ SYNC® 4A หรือปุ่มบริเวณด้านล่างของจอ ระบบเซ็นเซอร์ภายในห้องโดยสาร ยังมีฟังก์ชั่นตรวจวัดอุณหภูมิและระดับความชื้น เพื่อปรับโหมดและระดับพัดลมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรักษาอุณหภูมิ และความสบายภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าอากาศด้านนอกจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ด เรนเจอร์ มาพร้อมกับระบบควบคุมแอร์ด้านหลังบริเวณคอนโซล ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังปรับอุณหภูมิได้เองตามต้องการ หรือตั้งค่าให้ระบบปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติได้ เพื่อความสะดวกสบายมากกว่าที่เคย

และนั่นก็คือเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ ที่ Ford ให้มาใน Ranger เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่อาจจะแตกต่างกันไป ตามรุ่นย่อยที่เลือก ซึ่งอาจจะครอบคลุมไปถึง Ranger Raptor และ Everest โฉมใหม่ด้วย โดย Ford จะทำการเปิดตัว Ranger ในเมืองไทย ภายในช่วงกลางปี 2022 นี้