2021 Mercedes-Benz GLA 200

เปิดตัว-ราคา 2021 Mercedes-Benz A-Class และ GLA 200 AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ กระตุ้นตลาดรถยนต์พรีเมียม ส่ง “The new GLA” และ “A-Class” ใหม่รุ่นประกอบในประเทศ ชวนลูกค้าสัมผัสรถยนต์รุ่นคอมแพ็คที่จัดมาให้แบบเต็ม ๆ ทั้งออปชันและเทคโนโลยีความปลอดภัย ในราคาสุดเร้าใจ

2021 Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินหน้าสร้างความตื่นเต้นให้ตลาดรถยนต์พรีเมียมคอมแพ็คช่วงปลายปี พร้อมเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ใหม่รุ่นประกอบในประเทศของ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวี เจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น ระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และ“Mercedes-Benz A-Class” ยนตรกรรมขนาดคอมแพ็คสุดโฉบเฉี่ยวใหม่ โดย Mercedes-Benz A-Class ใหม่ มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 1,990,000 บาท นับว่าเป็นทางเลือกสุดเร้าใจสำหรับลูกค้ารุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์คอมแพ็คที่ตอบทุกโจทย์การใช้งานในโลกยุคปัจจุบัน

2021 Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2563 นับว่าเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับทุกคน ยิ่งโดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไทย ปีนี้นับว่าเป็นปีแห่งความ     ท้าทายที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เรามองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่เรื่อง PM 2.5 เรื่อยมาจนถึงสถานการณ์โควิด-19 ล้วนแล้วแต่เป็นโอกาสให้เราได้ปรับตัว เปลี่ยนแปลง และลองทำอะไรใหม่ ๆ นั่นจึงเป็นที่มาของการที่เราปรับกลยุทธ์ในการบริการเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างต่อเนื่องตลอดปี ทั้งการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การดูแลเรื่องสุขอนามัยอย่างจริงจังและต่อเนื่องเมื่อลูกค้าเข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการ การนำเสนอแคมเปญ “Shine for Tomorrow” เพื่อมอบเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เรื่อยมาจนถึงการเปิดตัวแคมเปญ Charge to Change เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ให้ความสำคัญกับการชาร์จไฟฟ้าให้มากขึ้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมและช่วยลดภาวะวิกฤติจาก PM 2.5”

2021 Mercedes-Benz A-Class

“สำหรับการเปิดตัวรถยนต์ “The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz A-Class” ใหม่ รุ่นประกอบในประเทศในวันนี้ ถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยเฉพาะในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมคอมแพ็คที่มีศักยภาพการเติบโต และมีลูกค้ารุ่นใหม่ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเสนอรุ่นประกอบในประเทศ ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถทำราคาที่ทั้งแข่งขันได้และดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อพิจารณาออปชันที่เรานำเสนอภายในรถยนต์ ภายใต้ดีไซน์ที่มีความโดดเด่น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบครบครันเหนือระดับเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน เรามั่นใจว่า รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้เติบโต และช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาความเป็น  แบรนด์รถยนต์ลักชัวรีอันดับ 1 ในไทยได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 อย่างแน่นอน” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

021 Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic คือรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620-4,000 รอบ/นาที และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม.

021 Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่ามาพร้อมความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นด้วย ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น และให้ความรู้สึกกว้างขวางที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่ง พร้อมเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior Package และความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย โดยเฉพาะไฮไลต์อย่าง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

2021 Mercedes-Benz GLA 200

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,399,000 บาท

Mercedes-Benz A-Class คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620-4,000 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียง 8.1 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่น ผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ส่วนภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด รูปลักษณ์ของหน้าปัดออกแบบมาอย่างล้ำสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในทุกรายละเอียด พร้อมความโดดเด่นของระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น Mercedes-Benz A-Class ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย โดยเฉพาะไฮไลต์อย่าง Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • ราคา 1,990,000 บาท  
  • ราคา 2,150,000 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

รายละเอียดของ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic คือรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อม   คาแรกเตอร์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคย เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวให้กับทุกการเดินทางด้วยขุมพลังขนาด 1,332 ซีซี ทว่าให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620-4,000 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลา 8.7 วินาที ทว่ามีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 130-137  กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.7-6.0 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นและทรงพลังในทุกรายละเอียด ภายใต้การกำหนดสัดส่วนของตัวถังให้สั้นลงเล็กน้อย       ดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทว่าห้องโดยสารกลับมีพื้นที่ที่กว้างขึ้น ด้วยความสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,605 มิลลิเมตร (1,610 มิลลิเมตรเมื่อรวมราวหลังคา) หรือสูงขึ้นกว่า 10 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน จึงทำให้ตัวรถในภาพรวมดูมีรูปทรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น เส้นสายอันทรงพลังและเส้นกระจกข้างที่ดูปราดเปรียวในสไตล์รถยนต์คูเป้ยังคงได้รับการรักษาเอาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถยนต์รุ่น GLA ช่วยเติมเต็มความสปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมอง

ส่วนหน้าของตัวรถโดยเฉพาะกระจังหน้าและไฟหน้ายังคงให้รายละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์เอสยูวีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยไฟหน้ารถนั้นถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ความแม่นยำในการออกแบบ และคุณภาพในระดับสูงสุด ส่วนด้านท้ายดูกว้างขึ้นเมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์เลือกออกแบบให้     ไฟท้ายถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในแต่ละฝั่ง โดยปรับตำแหน่งของทับทิมสะท้อนแสงมาไว้ที่บริเวณกันชนท้าย ส่งผลให้ประตูด้านหลังสามารถเปิดได้กว้างขึ้นกว่าเดิมและจัดเก็บสัมภาระได้ง่ายขึ้น

ภายในห้องโดยสารให้สัมผัสของการสร้างสรรค์สเกลการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดด้วยสไตล์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น ทั้งยังเพิ่มความกว้างขวางเข้ามาในรถยนต์ขนาดคอมแพ็ครุ่นนี้ในแบบที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้ามานั่งอยู่ภายในห้องโดยสาร โดยห้องโดยสารได้รับการออกแบบและเติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package ในส่วนของหน้าปัดที่ดูล้ำสมัยด้วยการออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้าผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของเครื่องปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ต (turbine) เป็นต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดแบบสปอร์ตที่ถูกบรรจุไว้ในทุกส่วน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ตกแต่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง nappa รวมไปถึงระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย เช่น ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) พร้อมกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Reversing Camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้คือ บริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

  • Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนและถุงลมนิรภัยทำงาน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Mercedes me connect ได้
  • Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่าง ๆ ได้
  • Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
  • Online Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes Me Service

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุดคือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”
รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตร กระบอกสูบ (ซีซี) แรงม้าสูงสุด
 (แรงม้า/รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.
(
วินาที)
ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน (ลิตร/กม.)
Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1,332 163 / 5,500 250 / 1,620-4,000 8.7 210 5.7-6.0 / 100

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 2,399,000 บาท

รายละเอียดของ

รายละเอียดของ Mercedes-Benz A-Class

Mercedes-Benz A-Class คือยนตรกรรมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมียมรุ่นแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า รถยนต์คันนี้ยังถือเป็นคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน ด้วยแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620-4,000 รอบ/นาที จึงให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียง 8.1 วินาที ทว่ามีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124  กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม.

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class นั้น สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรงและดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกที่โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสายและช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาว กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน พร้อมตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี นอกจากนั้นยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และโคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง และกรอบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด โดยจะมีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอก และเหนือศีรษะมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัรวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสารตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นนี้ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนังชนิด nappa พร้อมระบบควบคุมหน้าจอบนพวงมาลัยแบบ Touch control ส่วนเบาะที่นั่งเพิ่มความกระชับในการขับขี่ด้วยเบาะที่นั่งแบบ sport seat หุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ด้วยเข็มขัดนิรภัยตกแต่งด้วยสีแดง และมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ อีกทั้งเบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40  

รูปลักษณ์ของหน้าปัดมีความล้ำสมัยด้วยการออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของเครื่องปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ท (turbine) นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของ Mercedes-Benz A-Class มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้  คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่าง ๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

  • Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนและถุงลมนิรภัยทำงาน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Mercedes me connect ได้
  • Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่าง ๆ ได้
  • Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
  • Online Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes Me Service

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุดคือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”
รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตร กระบอกสูบ (ซีซี) แรงม้าสูงสุด
 (แรงม้า/รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.
(
วินาที)
ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน (ลิตร/กม.)
Mercedes-Benz A-Class เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1,332 163 / 5,500 250 / 1,620-4,000 8.1 230 5.2-5.4 / 100

Mercedes-Benz A-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • ราคา 1,990,000 บาท
  • ราคา 2,150,000 บาท

Leave a Reply