เปิดตัว Ford Everest Sport 2019-2020 ในออสเตรเลีย สปอร์ตเพิ่ม เติมฟีเจอร์ใหม่

486

วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่จะถึง Ford ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ในหมายเชิญสื่อมวลชน ไม่มีการระบุรุ่น เพียงแต่ส่งคลิปวิดีโอสั้นๆ กับภาพ ที่เป็นเงาของรถยนต์ 2 รุ่น แต่ป้ายด้านหน้าเขียนชัดเจนว่า Ranger และ Everest และการที่ Ford ไม่ระบุรายละเอียด ว่าเป็นรุ่นใด ทำให้เชื่อว่า รถรุ่นใหม่ดังกล่าว อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มฟีเจอร์เพียงเล็กน้อย แต่ Ford ยอมจัดงานเปิดตัว เพื่อสร้างการรับรู้กับให้รถ 2 รุ่นที่ขายดีที่สุดของค่าย

แต่ในวันนี้ Ford ออสเตรเลีย ได้เปิดตัว Everest Sport รุ่นปี 2020 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของ Everest ในชื่อรุ่นย่อย Sport และแน่นอนว่า รูปโฉม จะได้รับการอัพเกรดให้ดูสปอร์ตสมชื่อ มาพร้อมไฟหน้าแบบ Bi-LED ปรับสูงต่ำอัตโนมัติ ที่เพิ่มอำนาจทะลุทะลวงของแสง ได้ดีกว่าเดิม 17% กระจังหน้าสีดำ ล้ออัลลอยเป็นสีดำขนาด 20 นิ้ว มาพร้อมตราสัญลักษณ์คำว่า Sport ที่ประตูหลัง และประตูท้าย และคำว่า Everest บนฝากระโปรงหน้า เหนือกระจัง

นอกจากนั้น ยังมีการใช้สีดำกับรูฟเรล กรอบหน้าต่าง ครอบกระจกมองข้าง และส่วนล่างของกันชนหน้าและหลัง

Ford Everest Sport ยังมาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue นอกเหนือไปจากสีดำ สีขาว สีเทา และสีเงิน ที่มีให้เลือกอยู่แล้ว

Ford Everest Sport จะมี 8 รุ่นย่อยให้เลือก มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และ 4 ล้อให้เลือก มาพร้อมขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 3.2 ลิตร 197 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเครื่องยนต์ดีเซลทวินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร จาก Ranger Raptor ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Everest Sport จะมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน เหมือนกับ Everest รุ่นย่อยอื่นๆ ได้แก่ ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ ที่มาพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ กล้องมองถอยหลัง เซนเซอร์หลังช่วยจอด ระบบช่วยควบคุมรถ เมื่อออกตัว และลงทางลาดชัน

Ford Everest Sport ยังมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ SYNC3 หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และ Android Auto โดยมีระบบนำทาง ที่มาพร้อมฟีเจอร์ breadcrumb ที่ช่วยไม่ให้หลงทางได้ง่าย

Ford Everest Sport ยังเป็นรุ่นเปิดตัว USB Port แบบ widescreen mounted ที่จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ Everest ตั้งแต่รุ่นปี 2020 เป็นต้นไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here