คาดเปิดตัว All-New Toyota Hilux 2023-2024 โฉมใหม่ ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับแฝดคนละฝา All-New Toyota Tacoma

การเปิดตัว All-New Toyota Hilux เจนเนอเรชั่นใหม่ ถูกคาดการณ์จากหลายๆฝ่าย ทั้งจากสื่อมวลชนสายยานยนต์เอง และแหล่งข่าวภายในบริษัท ที่มีออกมาเป็นระยะ ว่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุด ภายในปี 2023 หรืออย่างช้า ก็น่าจะเป็นภายในปี 2024 แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญในสายการผลิต จนมีผลกระทบกับการส่งมอบรถ ที่ทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน นั้นยิ่งทำให้การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อาจจะล่าช้าออกไปอีก แต่ในอีกมุมหนึ่ง การที่อุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ก็อาจจะทำให้บางค่ายรถยนต์ ที่พึ่งพารถยนต์น้ำมันเป็นหลักอย่าง Toyota ต้องพยายามสร้างเม็ดเงินจากเทคโนโลยีดั้งเดิมให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือแม้แต่ระบบไฮบริด นั่นจึงเป็นเหตุผลสนับสนุน ให้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เร็วกว่าปกติ

ล่าสุดสื่อดังจากออสเตรเลีย อย่าง CarsGuide วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ Toyota จะเปิดตัว All-New Hilux เร็วกว่าที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้ และน่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2023 คือในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเปิดตัวฝาแฝดคนละหน้า อย่าง All-New Tacoma ที่เพิ่งมีการจับภาพได้ โดยเว็บไซต์ชื่อดังจากอเมริกา The Fast Lane Truck แม้ว่ารถกระบะรุ่นดังกล่าว ไม่ได้รับการยืนยันจากทาง Toyota ว่าเป็นรถต้นแบบของ Tacoma เจนเนอเรชั่นใหม่หรือไม่

สื่อดังกล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า การขยับตัวของ Tacoma เป็นการสื่อถึงความเคลื่อนไหวของ All-New Hilux โฉมใหม่ ไปในคราวเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้ Motortrend สื่อยานยนต์ชั้นนำจากอเมริกาอีกรายหนึ่ง ได้ออกมายืนยันว่า รถยนต์เชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ๆของ Toyota จะมีการใช้แพลตฟอร์ม TNGA เหมือนกับรถยนต์รุ่นสำคัญ อย่าง Tundra LandCruiser 300 ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ ที่จะส่งต่อไปยัง Hilux Tacoma 4RUNNER รวมไปถึง Fortuner และนั่นหมายถึงการที่เราอาจจะได้เห็นการเปิดตัวรถกระบะสมรรถนะสูง อย่าง GR Hilux เร็วกว่าที่คาดหมายอีกด้วย ซึ่งอาจจะมาพร้อมกับขุมพลัง V6 ทวินเทอร์โบ ที่ได้มาจากรุ่น LandCruiser ใหม่

ก่อนหน้านี้ Toyota ได้เคยเปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม TNGA แบบ ladder Frame ใหม่ จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม แต่มีน้ำหนักน้อยลง ซึ่งมีนัยยะว่า ทั้ง Hilux และ Tacoma โฉมใหม่ มีโอกาสที่จะการใช้ขุมพลัง เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร รวมถึงระบบความปลอดภัย เหมือนๆกัน แต่จะมีดีไซน์ภายนอก อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ส่วนจะมีความแตกต่างกันมากเหมือนในอดีต หรือใกล้เคียงกันเหมือนรถยนต์สมัยใหม่ เพื่อลดต้นทุนในการออกแบบ อีกไม่นาน เราน่าจะได้ทราบกัน จากภาพของรถต้นแบบทั้งสองรุ่น ที่น่าจะมีหลุดออกมาให้ได้ลุ้นหลังจากนี้